โครงสร้างทางธรณีวิทยาภาคต่างๆของประเทศไทย
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคเหนือ
ภาคเหนือมีลักษณะทางธรณีวิทยา
มีหินตั้งแต่มหายุคที่เก่าที่สุด คือมหายุคพรีแคมเบรียน จนถึงมหายุคใหม่ที่สุด คือ
มหายุคซีโนโซอิก นอกจากนี้ยังมีทั้งหินชั้น หินอัคนี และหินแปรปรากฏอยู่ในที่ต่าง
ๆ อย่างกว้างขวาง แสดงว่าในอดีต ภาคเหนือเคยมีการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกที่ทำให้พื้นดินกลายเป็นทะเล
และทะเลกลายเป็นพื้นดินสลับกันไปมาหลายครั้งหลายหน
เพราะหินแต่ละยุคนั้นจะเกิดได้ต่อเมื่อมีการทับถมของโคลนตะกอน
ในแอ่งเปลือกโลกที่เป็นทะเลหรือแอ่งแผ่นดินบนทวีป
ในระยะยาวเมื่อเปลือกโลกมีการเคลื่อนไหวอัดดันให้ทะเลหรือแอ่งแผ่นดินยกตัวสูงขึ้น
โคลนตะกอนที่สะสมกันในแอ่งเปลือกโลกก็จะกลายสภาพเป็นหินแข็งในระยะเวลาต่อมา
การเคลื่อนไหวของเปลือกโลก บางครั้งยังทำให้เกิดการไหลแทรกของหินละลายขึ้นมาแข็งตัวข้างบนกลายเป็นหินอัคนี รวมทั้งทำให้หินที่มีอยู่เดิมเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหินแปร ภาคเหนือจึงมีทั้งหินตะกอน หินอัคนี และหินแปรที่มีอายุต่าง ๆกัน หินเหล่านี้มีความแข็งแกร่งไม่เท่ากัน บางชนิดสึกกร่อนผุพังได้ง่าย บางชนิดแข็งแกร่งทนทาน จึงเกิดเป็นลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกัน
แนวที่พบหินแกรนิตส่วนใหญ่เป็นทิวเขา ได้แก่ ทิวเขาถนนธงชัยกลาง ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก ทิวเขาผีปันน้ำตะวันตก และทิวเขาแดนลาว ทิวเขาเหล่านี้มีหินแกรนิตเป็นแกนอยู่ภายใน จึงเห็นหินแกรนิตโผล่ขึ้นมาบนผิวดินอยู่ทั่วไป เป็นหินแกรนิตที่เกิดขึ้นในยุคไทรแอสสิก ของมหายุคมีโซโซอิก ภูเขาหินแกรนิตที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย และดอยสุเทพ
การเคลื่อนไหวของเปลือกโลก บางครั้งยังทำให้เกิดการไหลแทรกของหินละลายขึ้นมาแข็งตัวข้างบนกลายเป็นหินอัคนี รวมทั้งทำให้หินที่มีอยู่เดิมเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหินแปร ภาคเหนือจึงมีทั้งหินตะกอน หินอัคนี และหินแปรที่มีอายุต่าง ๆกัน หินเหล่านี้มีความแข็งแกร่งไม่เท่ากัน บางชนิดสึกกร่อนผุพังได้ง่าย บางชนิดแข็งแกร่งทนทาน จึงเกิดเป็นลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกัน
แนวที่พบหินแกรนิตส่วนใหญ่เป็นทิวเขา ได้แก่ ทิวเขาถนนธงชัยกลาง ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก ทิวเขาผีปันน้ำตะวันตก และทิวเขาแดนลาว ทิวเขาเหล่านี้มีหินแกรนิตเป็นแกนอยู่ภายใน จึงเห็นหินแกรนิตโผล่ขึ้นมาบนผิวดินอยู่ทั่วไป เป็นหินแกรนิตที่เกิดขึ้นในยุคไทรแอสสิก ของมหายุคมีโซโซอิก ภูเขาหินแกรนิตที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย และดอยสุเทพ
- - ภูเขาหินปูน
ส่วนใหญ่เป็นหินปูนที่เกิดขึ้นในยุคเพอร์เมียนตอนปลายของมหายุคพาลีโอโซอิก
ซึ่งเรียกว่า หมู่หินราชบุรี อำเภอปาย และอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ระหว่างอำเภอเชียงดาว และอำเภอฝาง ระหว่างอำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า
จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งบริเวณระหว่างจังหวัดลำปาง และจังหวัดแพร่
ตามบริเวณภูเขาหินปูนมีถ้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้น
- -เนินหินบะซอลต์ ปรากฏเป็นบริเวณลึก ๆ อยู่ 3
แห่ง
ที่อำเภอแม่ทะเล อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง และที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
เป็นหินบะซอลต์ที่เกิดขึ้นในยุคเทอร์เซียรี มีภูมิประเทศเป็นเนินตี้ย ๆ ยอดราบ
จัดว่าเป็นซากของภูเขาไฟในอดีต
- - แอ่งที่ราบ เปลือกโลกถูกบีบอัดเป็นทิวเขาสูง ๆ
ในขณะเดียวกันก็มีบริเวณบางส่วนที่ทรุดตัวลงกลายเป็นแอ่งแผ่นดินขนาดใหญ่และมีการทับถมของตะกอน
จนเกิดเป็นแอ่งที่ราบในปัจจุบัน แอ่งที่ราบซึ่งมีตะกอนทับถมในยุคเทอร์เซียรี
พบน้ำมัน
หรือลิกไนต์แทรกตัวอยู่ในแอ่งแม่เมาะในจังหวัดลำปางและแอ่งลี้ในจังหวัดลำพูน
แหล่งน้ำมัน ที่แอ่งฝาง ในจังหวัดเชียงใหม่
ตะกอนยุคเทอร์เซียรี มีอายุไม่มาก จึงยังไม่เปลี่ยนสภาพเป็นหินแข็ง
ชั้นของกรวดทราย และดินเหนียวสลับกัน ง่ายต่อการผุพังทำลาย จนเกิดเป็นภูมิประเทศที่เรียกว่า
ฮ่อมจ๊อม คือ
พื้นผิวดินมีร่องน้ำเซาะมากมายกัดเซาะกลายเป็นแท่งเสาดินโผล่ระเกะระกะ
ฮ่อมจ๊อมที่ขึ้นชื่อมากได้แก่ บริเวณที่เรียกว่า “เสาดิน”
ในอำเภอนาน้อยจังหวัดน่าน
และ แพะเมืองผี ในอำเภอเมือง จังหวัดแพร่
ลักษณะธรณีวิทยาภาคตะวันตก
ภาคตะวันตกตอนบนมีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนต่อเนื่องในแนวเหนือ- ใต้เทือกเขาถนนธงชัย เขตจังหวัดตากและกาญจนบุรี มีหินแกรนิตในยุคครีเตเชียสเป็นแกนกลาง และมีหินปูนกลุ่มหินราชบุรียุคเพอร์เมียน และหินปูนกลุ่มทุ่งสงยุคออร์โดวิเชียนวางตัวปิดทับหินแกรนิตที่เกิดในยุคครีเทเชียส และพบหินตะกอน หินแปรอื่นๆ
เทือกเขตะนาวศรีเขตจังหวัดราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ปกคลุมด้วยหินทราย หินโคลน หินดินดานยุคคาร์บอนิเฟอรรัสและเพอร์เมียนวางตัวปิดทับหินแกรนิตในยุคครีเทเชียส หินบะซอลต์พบที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ชายฝั่งทะเลตะวันออกของภาค บริเวณชะอำ อ.หัวหิน เป็นหินแกรนิตและหินไนส์ทำให้มีหาดทราย ทางตะวันออกของภาคเป็นที่ราบมีการตกตะกอนน้ำพาและตะกอนทะเลยุคควอเทอร์นารี
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคใต้
ภาคใต้มีหินแกรนิตและกลุ่มหินแกรนิตมากเช่นเทือกเขาภูเก็ตมีหินแกรนิตรุ่นใหม่ ในยุค ครีเทเซียสถูกปิดทับด้วนหินตะกอนยุคคาร์บอนิสเฟอร์รัสและเพอร์เมียน มีกลุ่มหินแก่งกระจาน กลุ่มหินราชบุรี ทำให้มีแร่ดีบุกและหาดทรายตามชายฝั่งด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของเกาะซึ่งมีทรายขาวละเอียด เกิดจากการสลายตัวของหินแกรนิต
บริเวณพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไปทางใต้ มีความแตกต่างทางธรณีวิทยาอย่างเห็นได้ชัด เขตจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง จนถึงสตูล หมู่หินตะนาวศรีและหมู่หินราชบุรีนั้น มีหินปูนปรากฏอยู่ค่อนข้างมาก จึงทำให้มีภูเขาหินปูนกระจาย จังหวัดพังงาทิวเขานี้มีหินส่วนใหญ่อยู่ในยุคแคมเบรียนเรียกว่าหมู่หินตะรุเตา ประกอบด้วยหินทรายและหินดินดานปนหินปูน และมีหินแกรนิตรุ่นใหม่ในยุคครีเทเซียสแทรกอยู่ ส่วนทางซีกตะวันออกของคาบสมุทร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรี ธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี จนถึงนราธิวาส มีตะกอนทับถมในยุคควอเตอร์นารี
การเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ทำให้เกิดแนวทิวเขาขึ้นในคาบสมุทร เป็นกระดูกสันหลังของคาบสมุทร ได้แก่ ทิวเขาตะนาวศรี ทิวเขาภูเก็ต ทิวเขานครศรีธรรมราชและทิวเขาสันกาลาคีรี ต่อมา ยังมีการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ที่ทำให้เกิดรอยเลื่อนขนาดใหญ่ขึ้นหลายแนวรวมทั้งพื้นที่บริเวณด้านตะวันออกของคาบสมุทรมีการยกตัวสูงขึ้น ส่วนด้านตะวันตกทรุดตัวต่ำลง ทำให้เกิดภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ระหว่างชายฝั่งด้านอ่าวไทย และด้านทะเลอันดามัน อย่างเห็นได้ชัด
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยหินทราย ซึ่งมีอายุตั้งแต่ตอนปลายยุคไทแอสซิกถึงยุคครีเทเซียส – เทอร์เชียรี เรียกชื่อหินยุคนี้ว่า หมู่หินโคราช ประกอบด้วยหินทรายแป้ง หินทราย หินโคลนเป็นส่วนใหญ่ มีชั้นของหินกรวดมน หินดินดาน และเกลือหิน แทรกอยู่เป็นตอน ๆ จากอายุของหินทำให้ทราบว่าในตอนปลายมหายุคมีโซโซอิกที่ราบสูงโคราช มีตะกอนทับถมซึ่งบางชั่วเวลาแอ่งแผ่นดินนี้ได้ยุบจมลงเป็นทะเลตื้นน้ำทะเลที่ขังอยู่ในแอ่งก็เกิดการระเหยตัว กลายเป็นชั้นของเกลือหินแทรกอยู่ในชั้นหินชนิดอื่น ๆ หมู่หินโคราช มีความหนาประมาณ 4,000 เมตรวางตัวอยู่บนผิวที่เกิดจากการผุกร่อนของหินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบนชั้นหินเอียงลาดสู่ใจกลางแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร ตอนใต้ของที่ราบสูงโคราชมีหินบะซอลต์ยุคควอเทอร์นารีไหลคลุมกลุ่มหินโคราช ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดเลยมีความซับซ้อนทางธรณีมากมีการแทรกตัวของหินหินแกรตนิตเป็นหย่อมๆ และมีหินอัคนีภายนอกคือหินไรโอไลต์ หินแอนดีไซด์ หินบะซอลต์พุขึ้นมาเป็นหย่อมๆ เป็นลักษณะเนินภูเขาไฟ
ลักษณะธรณีวิทยาภาคตะวันตก
ภาคตะวันตกตอนบนมีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนต่อเนื่องในแนวเหนือ- ใต้เทือกเขาถนนธงชัย เขตจังหวัดตากและกาญจนบุรี มีหินแกรนิตในยุคครีเตเชียสเป็นแกนกลาง และมีหินปูนกลุ่มหินราชบุรียุคเพอร์เมียน และหินปูนกลุ่มทุ่งสงยุคออร์โดวิเชียนวางตัวปิดทับหินแกรนิตที่เกิดในยุคครีเทเชียส และพบหินตะกอน หินแปรอื่นๆ
เทือกเขตะนาวศรีเขตจังหวัดราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ปกคลุมด้วยหินทราย หินโคลน หินดินดานยุคคาร์บอนิเฟอรรัสและเพอร์เมียนวางตัวปิดทับหินแกรนิตในยุคครีเทเชียส หินบะซอลต์พบที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ชายฝั่งทะเลตะวันออกของภาค บริเวณชะอำ อ.หัวหิน เป็นหินแกรนิตและหินไนส์ทำให้มีหาดทราย ทางตะวันออกของภาคเป็นที่ราบมีการตกตะกอนน้ำพาและตะกอนทะเลยุคควอเทอร์นารี
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคใต้
ภาคใต้มีหินแกรนิตและกลุ่มหินแกรนิตมากเช่นเทือกเขาภูเก็ตมีหินแกรนิตรุ่นใหม่ ในยุค ครีเทเซียสถูกปิดทับด้วนหินตะกอนยุคคาร์บอนิสเฟอร์รัสและเพอร์เมียน มีกลุ่มหินแก่งกระจาน กลุ่มหินราชบุรี ทำให้มีแร่ดีบุกและหาดทรายตามชายฝั่งด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของเกาะซึ่งมีทรายขาวละเอียด เกิดจากการสลายตัวของหินแกรนิต
บริเวณพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไปทางใต้ มีความแตกต่างทางธรณีวิทยาอย่างเห็นได้ชัด เขตจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง จนถึงสตูล หมู่หินตะนาวศรีและหมู่หินราชบุรีนั้น มีหินปูนปรากฏอยู่ค่อนข้างมาก จึงทำให้มีภูเขาหินปูนกระจาย จังหวัดพังงาทิวเขานี้มีหินส่วนใหญ่อยู่ในยุคแคมเบรียนเรียกว่าหมู่หินตะรุเตา ประกอบด้วยหินทรายและหินดินดานปนหินปูน และมีหินแกรนิตรุ่นใหม่ในยุคครีเทเซียสแทรกอยู่ ส่วนทางซีกตะวันออกของคาบสมุทร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรี ธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี จนถึงนราธิวาส มีตะกอนทับถมในยุคควอเตอร์นารี
การเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ทำให้เกิดแนวทิวเขาขึ้นในคาบสมุทร เป็นกระดูกสันหลังของคาบสมุทร ได้แก่ ทิวเขาตะนาวศรี ทิวเขาภูเก็ต ทิวเขานครศรีธรรมราชและทิวเขาสันกาลาคีรี ต่อมา ยังมีการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ที่ทำให้เกิดรอยเลื่อนขนาดใหญ่ขึ้นหลายแนวรวมทั้งพื้นที่บริเวณด้านตะวันออกของคาบสมุทรมีการยกตัวสูงขึ้น ส่วนด้านตะวันตกทรุดตัวต่ำลง ทำให้เกิดภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ระหว่างชายฝั่งด้านอ่าวไทย และด้านทะเลอันดามัน อย่างเห็นได้ชัด
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยหินทราย ซึ่งมีอายุตั้งแต่ตอนปลายยุคไทแอสซิกถึงยุคครีเทเซียส – เทอร์เชียรี เรียกชื่อหินยุคนี้ว่า หมู่หินโคราช ประกอบด้วยหินทรายแป้ง หินทราย หินโคลนเป็นส่วนใหญ่ มีชั้นของหินกรวดมน หินดินดาน และเกลือหิน แทรกอยู่เป็นตอน ๆ จากอายุของหินทำให้ทราบว่าในตอนปลายมหายุคมีโซโซอิกที่ราบสูงโคราช มีตะกอนทับถมซึ่งบางชั่วเวลาแอ่งแผ่นดินนี้ได้ยุบจมลงเป็นทะเลตื้นน้ำทะเลที่ขังอยู่ในแอ่งก็เกิดการระเหยตัว กลายเป็นชั้นของเกลือหินแทรกอยู่ในชั้นหินชนิดอื่น ๆ หมู่หินโคราช มีความหนาประมาณ 4,000 เมตรวางตัวอยู่บนผิวที่เกิดจากการผุกร่อนของหินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบนชั้นหินเอียงลาดสู่ใจกลางแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร ตอนใต้ของที่ราบสูงโคราชมีหินบะซอลต์ยุคควอเทอร์นารีไหลคลุมกลุ่มหินโคราช ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดเลยมีความซับซ้อนทางธรณีมากมีการแทรกตัวของหินหินแกรตนิตเป็นหย่อมๆ และมีหินอัคนีภายนอกคือหินไรโอไลต์ หินแอนดีไซด์ หินบะซอลต์พุขึ้นมาเป็นหย่อมๆ เป็นลักษณะเนินภูเขาไฟ
ตอนต้นของมหายุคซีโนโซอิก
เกิดการบีบอัดตัวของเปลือกโลกจนเกิดเป็นทิวเขาต่าง ๆ ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก
และภาคใต้ของประเทศ แอ่งแผ่นดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เกิดมีรอยเลื่อนของเปลือกโลกขึ้นตามบริเวณขอบทางด้านตะวันตก และด้านใต้ของแอ่ง
ทำให้บริเวณแอ่งทั้งหมดยกตัวสูงขึ้นจากที่ราบภาคกลาง
และภาคตะวันออกและมีทิวเขาเป็นแนวยาวเกิดขึ้นที่ขอบด้านทิศตะวันตก คือ
ทิวเขาเพชรบูรณ์ และทิวเขาดงพญาเย็น ทิวเขาสันกำแพง และทิวเขาพนมดงรัก
พร้อมกันบริเวณตอนกลางของแอ่งแผ่นดิน เกิดการโค้งนูน มีทิศทางจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปตะวันออกเฉียงใต้
แนวที่โค้งนูนขึ้นเป็นสันนี้ก็คือ ทิวเขาภูพาน ส่วนแอ่งที่ถูกแบ่งออกเป็น 2
ส่วน
แอ่งสกลนคร แอ่งโคราช ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นแอ่งที่ราบขนาดใหญ่
ซึ่งมีทิวเขากั้นเป็นขอบอยู่ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้
และเอียงลาดไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำโขง
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกโลก ชาน-ไทยและอินโดจีน เชื่อมตามแนวระหว่างจังหวัดสระแก้วและจันทบุรี หินมีอายุตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบียนจนถึงตะกอนยุคควอเตอร์นารี หินมหายุคพรีแคมเบียนพบตอนกลางของภาค หินยุคไทรแอสิกพบหินอัคนีและหินชั้นเป็นแนวจากสระแก้วจนถึงจันทบุรี หินแกรนิต และหินแปรจำพวก หินไนส์ และหินซิสต์ ทางซีกตะวันตกของภาคเขตจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ซีกตะวันออกของภาคในเขตจังหวัดปราจีนบุรี จันทบุรี และจังหวัดตราด เป็นหินทรายและหินปูน หินทรายแป้ง หินกรวดมน แทรกซอนขึ้นมากับหินบะซอลต์ หินไรโอดลต์ และแอนดีไซด์เป็นหย่อมๆ เนื้อดินค่อนข้างละเอียดดินเหนียว ชายฝั่งจันทบุรีและตราดมีหาดโคลนตมและหาดเลน ยังมีหินอัคนีพุหินโอลิวีนและหินบะซอลต์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพลอยสีต่าง ๆ เช่น ทับทิม บุษราคัม ไพลิน เขตอำเภอขลุง และอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรีและที่อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
ลักษณะธรณีวิทยาภาคกลาง
เป็นที่ราบดินตะกอนที่กว้างที่สุดเกิดจากการเลื่อนทรุดตัวของหินเปลือกโลกตอนปลายยุคครีเทเชียสถึงต้นยุคเทอร์เชียรี และมีตะกอนจากการทับถมของธารน้ำพัดพาจากทางภาคเหนือมาสะสมกันในแอ่งแผ่นดินในยุคควอเทอร์นารีประกอบด้วยแอ่งแผ่นดิน 2 แอ่งเรียกที่ราบลุ่มภาคกลาง
ลักษณะทางธรณีวิทยาภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกโลก ชาน-ไทยและอินโดจีน เชื่อมตามแนวระหว่างจังหวัดสระแก้วและจันทบุรี หินมีอายุตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบียนจนถึงตะกอนยุคควอเตอร์นารี หินมหายุคพรีแคมเบียนพบตอนกลางของภาค หินยุคไทรแอสิกพบหินอัคนีและหินชั้นเป็นแนวจากสระแก้วจนถึงจันทบุรี หินแกรนิต และหินแปรจำพวก หินไนส์ และหินซิสต์ ทางซีกตะวันตกของภาคเขตจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ซีกตะวันออกของภาคในเขตจังหวัดปราจีนบุรี จันทบุรี และจังหวัดตราด เป็นหินทรายและหินปูน หินทรายแป้ง หินกรวดมน แทรกซอนขึ้นมากับหินบะซอลต์ หินไรโอดลต์ และแอนดีไซด์เป็นหย่อมๆ เนื้อดินค่อนข้างละเอียดดินเหนียว ชายฝั่งจันทบุรีและตราดมีหาดโคลนตมและหาดเลน ยังมีหินอัคนีพุหินโอลิวีนและหินบะซอลต์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพลอยสีต่าง ๆ เช่น ทับทิม บุษราคัม ไพลิน เขตอำเภอขลุง และอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรีและที่อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
ลักษณะธรณีวิทยาภาคกลาง
เป็นที่ราบดินตะกอนที่กว้างที่สุดเกิดจากการเลื่อนทรุดตัวของหินเปลือกโลกตอนปลายยุคครีเทเชียสถึงต้นยุคเทอร์เชียรี และมีตะกอนจากการทับถมของธารน้ำพัดพาจากทางภาคเหนือมาสะสมกันในแอ่งแผ่นดินในยุคควอเทอร์นารีประกอบด้วยแอ่งแผ่นดิน 2 แอ่งเรียกที่ราบลุ่มภาคกลาง
- แอ่งพิษณุโลก มีตะกอนทับถมหนา 3,500 เมตร เรียกที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบนหรือ ที่ราบลุ่มพิษณุโลกประกอบด้วยที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง แม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน
- แอ่งเจ้าพระยา มีตะกอนทับถมหนา 7,000 เมตร เรียกที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน หรือที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ระหว่างแอ่งมีสันนูนขวางกั้น เป็นภูเขาโดดเตี้ยๆวางตัวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ จาก อ. ลาดยาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น